การติดเชื้อ HPV เกิดจากสาเหตุใด
 
  • การติดเชื้อ HPV ที่พบในคนส่วนใหญ่ เกิดจากการสัมผัสทางผิวหนัง เพราะฉะนั้น เพศสัมพันธ์จึงเป็นสาเหตุที่สำคัญทำให้ติดเชื้อ HPV บริเวณปากมดลูก และอวัยวะเพศรวมทั้งทวารหนักได้ง่าย การติดเชื้อ HPV อาจเกิดขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์

  • การติดเชื้อในอวัยวะเพศชายส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน และไม่สามารถตรวจพบเชื้อนี้ด้วยวิธีการธรรมดาทั่วไป ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงโรคภัยจากเชื้อ HPV เราควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมให้เข้าใจ ตระหนักถึงวิธีการป้องกันที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เชื้อ HPV มาสู่ตัวเราได้
 
เราจะสามารถป้องกันมะเร็งต่างๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อ HPV ได้อย่างไรบ้าง  
 
  • ป้องกันโดยการฉีดวัคซีน ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้ถึง 217 ประเทศทั่วโลก โดยวัคซีนที่ใช้มีอยู่ 2 ชนิด ดังนี้
    • ชนิดที่ 1 ประกอบด้วยเชื้อ HPV 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ 16, 18 ที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก
    • ชนิดที่ 2 ประกอบด้วยเชื้อ HPV 4 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 เป็นวัคซีนที่สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งบริเวณอวัยวะเพศส่วนอื่นๆ รวมถึงโรคหูดหงอนไก่ในทั้งเพศหญิงและชายที่เกิดจากเชื้อสายพันธุ์ 6 และ 11 ได้ถึง 90%

  • ป้องกันโดยการลดโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อ HPV โดยการรักษาดูแลสุขภาพอนามัยของอวัยวะเพศ การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย หรือมีคู่นอนเพียงคนเดียวทั้งสองฝ่าย งดเว้นการสูบบุหรี่ ส่วนการใช้ถุงยางอนามัยอาจช่วยป้องกันได้ แต่ไม่ถึง 100%
 
เราควรเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเมื่ออายุเท่าไหร่  
 
  • ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป ถ้าได้รับวัคซีนในช่วงนี้ เมื่อเติบโตขึ้นเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และมีเพศสัมพันธ์ จะมีภูมิคุ้มกันเตรียมพร้อม
 
ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว สามารถฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ได้หรือไม่  
 
  • การฉีดวัคซีนป้องกัน HPV นอกจากสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งบริเวณอวัยวะเพศ และหูดหงอนไก่ได้แล้ว จากข้อมูลทางการวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่อายุถึง 45 ปี หากได้รับวัคซีนก็ยังมีความคุ้มครองต่อการติดเชื้อ HPV ได้อย่างมีนัยสำคัญ
 
ผู้หญิงที่พบว่า ผลการตรวจเชื้อ HPV เป็นบวก หรือ ผล Pap smear พบว่ามีความผิดปกติ
การฉีดวัคซีน HPV ยังมีความจำเป็นหรือไม่
 
 
  • ยังสามารถฉีดวัคซีนได้และยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องการการติดเชื้อในอนาคตต่อไวรัส HPV สายพันธุ์ในวัคซีนนั้นๆ อีกทั้งอาจช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาระยะก่อนมะเร็งปากมดลูกไปแล้ว
 
ถ้าได้มีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก แล้วพบว่ามีเชื้อ HPV อยู่ ควรทำอย่างไร  
 
  • การค้นพบเชื้อ HPV ไม่ได้จำเป็นจะต้องเป็นโรค หรือเป็นมะเร็งที่ปากมดลูกเสมอไป อาจเป็นเพียงการติดเชื้อที่มีโอกาสหายเองได้ ให้ปรึกษาสูติ-นรีแพทย์ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขามะเร็งนรีเวช เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้ง วัคซีนไม่สามารถรักษาการติดเชื้อที่มีอยู่แล้วได้ แต่สามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์อื่นที่มีในวัคซีน หรือเชื้อไวรัสที่เข้ามาใหม่ในอนาคต
 
หูดหงอนไก่หรือหูดที่อวัยวะเพศ เป็นอย่างไร มีอันตรายมากน้อยเพียงใด  
 
  • หูดหงอนไก่หรือหูดที่อวัยวะเพศ เกิดจากการติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ลักษณะรอยโรคนูน หรือเป็นตุ่มคล้ายหงอนไก่ ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อสายพันธุ์ 6 และ 11 หูดหงอนไก่เกิดขึ้นได้ทั้งที่อวัยวะเพศของชายและหญิง รวมทั้งทวารหนัก นอกเหนือจากนั้นสามารถพบหูดในกล่องเสียงหรือช่องปากและลำคอได้ ส่วนใหญ่การเป็นหูดไม่ใช่มะเร็ง การรักษาอาจทำได้โดยการใช้สารเคมีจี้ทำลาย หรือทำการผ่าตัดเอาบริเวณรอยหูดออกโดยการจี้ตัดด้วยพลังงานไฟฟ้า หรือแสงเลเซอร์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม โรคนี้ถึงแม้จะรักษาให้หายไปแล้วแต่ก็ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ ฉะนั้นการป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด
 
การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ในผู้ชาย มีความจำเป็นหรือไม่  
 
  • โดยปกติผู้ชายเป็นผู้แพร่เชื้อ HPV ให้แก่คู่รักของตน ไม่ว่าจะในเพศหญิงหรือเพศชาย ซึ่งเชื้อ HPV เป็นสาเหตุของโรคทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด และที่สำคัญ ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจหาเชื้อ HPV ในผู้ชายได้ ดังนั้น การป้องกันที่เกิดจากฝ่ายชายเอง จึงเป็นสิ่งที่ดีและควรให้ความสำคัญ
 
วิธีการฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ฉีดได้อย่างไร และมีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง  
 
  • วัคซีนป้องกัน HPV ต้องฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 6 เดือน โดยฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อบริเวณต้นแขน ในปัจจุบันมีข้อมูลพบว่า วัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่มีในวัคซีนได้ยาวนานถึง 8-9 ปีเป็นอย่างน้อย และจากรายงานการวิจัยมีความเป็นไปได้ว่ามีโอกาสป้องกันได้ยาวนานกว่านี้ วัคซีนนี้อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดในระยะเวลา 1-2 วัน หลังจากฉีดยา
 
การฉีดวัคซีน HPV มีความจำเป็นที่จะต้องฉีดหรือไม่  
 
  • การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเมื่อเป็นโรคอยู่แล้ว การรักษาโรคต้องเสียค่าใช้จ่ายที่แพงกว่า เสียทั้งเวลา และที่สำคัญมีผลทางด้านจิตใจของทั้งผู้ป่วยและคนรอบข้าง ซึ่งเปรียบเทียบไม่ได้กับการฉีดวัคซีนที่สามารถทำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ประสิทธิภาพของการป้องกันการติดเชื้อจากวัคซีนมีสูงกว่า เพราะฉะนั้น หากเราสามารถที่จะป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกหรือโรคอื่นๆ ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV ด้วยการฉีดวัคซีน และการตรวจคัดกรองก่อนมีอาการ หรือมีอาการแสดง ย่อมมีความจำเป็นที่จะต้องฉีด เพื่อให้ได้ผลดีและคุ้มค่าแก่การรักษาก่อนการเกิดเป็นมะเร็งแล้ว
 
How can I contact HPV?
 
  • HPV is typically transmitted through direct skin-to-skin contact so sexual activity is the most common route for HPV infection at the cervix and the anus. HPV infection can also occur without sexual intercourse.

  • Male genital infections often show no signs or symptoms and standard tests often give negative results. Thus, it is necessary to learn more about HPV infection and how to prevent its occurrence in order to protect yourself from the virus.
 
How can I protect myself against various cancers caused by HPV?  
 
  • By vaccine immunization which is available for use in 217 countries worldwide. There are 2 types of HPV vaccines: the bivalent vaccine, which can prevent HPV types 16 and 18 infection, the major cause of cervical cancer, and the quadrivalent vaccine, which can prevent HPV types 6, 11, 16 and 18 infection and offers a 90% protection rate against cervical cancer, other genital cancers and genital warts in both males and females.

  • Good genital hygiene, having safe sex or sex with only one partner and quitting smoking are also ways of lowering infection risk. Condom use also provides some, although not 100%, protection against HPV infection.
 
At what age should we be vaccinated against HPV?  
 
  • HPV vaccines can be given to children beginning at age 9. Vaccination at this age will provide them with immunization in advance of puberty and eventual sexual contact.
 
Can sexually active females receive the vaccine?  
 
  • HPV vaccines give protection against cervical cancer, genital cancers and genital warts. Recent studies show that women up to the age of 45 can still benefit from the vaccine.
 
Will females who have tested positive for HPV or who have had abnormal Pap smear results
still benefit from the vaccine?
 
 
  • Yes, they will still benefit from protection against other HPV types that are targeted by the vaccine. The vaccine might also be able to prevent reinfection of HPV viruses that were treated in the precancerous state.
 
What should I do if my cervical screening tests positive for HPV?  
 
  • Testing positive for HPV does not always result in cervical cancers or lesions. The infection could clear away by itself. You should consult with OB/GYN physicians or gynecological cancer specialists to double-check the result. Vaccines cannot treat pre-existing infections but can protect against future infections by other HPV types that are targeted by the vaccines.
 
What are genital warts or condyloma? How dangerous is it?  
 
  • Genital warts or condyloma is a sexually transmitted disease, often caused by HPV types 6 and 11. The warts are bumps on the skin that may look like the surface of a cauliflower which can appear on male and female genitalia, including the anus. Sometimes the warts are found in the oral cavity, throat and larynx. Typically, the warts are not cancerous.

  • Genital warts can be removed by chemical peel, electrocauterization, or by laser treatment. However, the warts can come back after treatment so preventative care is preferable.
 
Do males need HPV vaccines?  
 
  • Males are typically the HPV carriers in both heterosexual and homosexual partnerships. Since HPV is the cause of many sexually transmitted diseases and, more importantly, since there are no reliable HPV tests for males yet, HPV protection for males is a good idea that should be considered.
 
How do you administer a HPV vaccine? What are the side effects?  
 
  • The course of vaccination consists of 3 injections into the deltoid (upper arm) muscle within 6 months. Current surveillance data shows that the vaccines are effective against targeted HPV types for 8-9 years and potentially longer. Some minor side effects are pain, swelling, and redness at the site of injection for 1-2 days after injection.
 
Is the HPV vaccine necessary?  
 
  • Prevention is always better than treatment. Treatment costs more time and money and creates mental strain for patients and their loved ones. These burdens are enormous compared to vaccination which can be administered easily to the young. The combination of vaccination and screening tests to detect lesions before any signs or symptoms occur is the best and most cost effective way to treat cervical cancer and other diseases caused by HPV infections.