สภากาชาดไทย ชวนวัยรุ่นฉีดวัคซีน 5 ชนิด ครอบคลุม 9 โรค
.........................................................................................................

สภากาชาดไทยเปิดโครงการ "Vaccines for Teens” เพื่อรณรงค์ให้วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น อายุระหว่าง 9-26 ปี ฉีดวัคซีน 5 ชนิด ซึ่งสามารถป้องกันได้ 9 โรคสำหรับคนวัยดังกล่าวในราคาพิเศษ โดยสามารถติดต่อขอรับบริการตั้งแต่วันนี้-30 ธันวาคม 2560 นี้ ด้าน คร.จับมือ กทม.-สปสช.เตรียมฉีดวัคซีน "เอชพีวี" ดีเดย์ฉีด นร.หญิง ป.5 ทั่วประเทศ ส.ค.นี้


 
 
เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ต ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดโครงการ “Vaccines for Teens” เพื่อรณรงค์ให้วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น อายุระหว่าง 9-26 ปี ฉีดวัคซีน 5 ชนิด ซึ่งสามารถป้องกันได้ 9 โรค โดย ศ.นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย กล่าวว่า ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญในการฉีดวัคซีนแก่บุคคลอายุต่างๆ มากขึ้น แต่พบว่าในประเทศไทยอัตราการให้บริการในการฉีดวัคซีนแก่วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น ในช่วงอายุ 9-26 ปี ยังต่ำอยู่ ทำให้คนกลุ่มวัยนี้มีความเสี่ยงติดโรคบางชนิดมากขึ้น โดยเฉพาะใน 3 โรคอันตรายที่มักจะเกิดในวัยรุ่น คือ โรคไข้เลือดออก โรคไอกรน และมะเร็งปากมดลูก ดังนั้น คลินิกเสริมภูมิคุ้มกันและอายุรศาสตร์การท่องเที่ยว สถานเสาวภา สภากาชาดไทย จึงจัดโครงการรณรงค์ให้ผู้อยู่ในวัยดังกล่าวฉีดวัคซีน 5 ชนิด ซึ่งป้องกันได้ทั้งหมด 9 โรคตามคำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรค โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยในปี 2557 คือ 1.วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก 2.วัคซีนป้องกันคอตีบ-ไอกรน-บาดทะยัก 3.วัคซีนป้องกันเอชพีวี 4.วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมัน คางทูม และ 5.วัคซีนป้องกันอีสุกอีใส เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของประเทศด้วย
 
 “ในอดีตการฉีดวัคซีนเป็นเรื่องของเด็ก แต่ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกระบุว่าต้องดูทุกกลุ่มวัย เพราะแม้ว่าจะเคยรับวัคซีนตอนเป็นเด็ก แต่วัคซีนบางชนิดประสิทธิภาพอาจลดลงตามกาลเวลา ดังนั้นจึงต้องมีการฉีดกระตุ้น ซึ่งนอกจากวัคซีน 3 ตัวที่แนะนำแล้ว ก็ยังมีวัคซีนอีสุกอีใสที่ควรฉีด โดยคนทั่วไปเข้าใจว่าไม่อันตราย แต่จริงๆ หากมีภาวะแทรกซ้อนจะทำให้เกิดโรคปอดบวม สมองอักเสบหรือถึงตายได้ และมีความเชื่อเดิมว่าเป็นแล้วจะไม่เป็นอีก แต่จริงๆ คือสามารถเป็นซ้ำได้อีก แต่เชื้อจะไม่รุนแรงเพราะมีภูมิคุ้มกันแล้ว ทั้งนี้ ในต่างประเทศบอกว่าสามารถฉีดพร้อมกันได้หลายเข็ม แต่ไม่แนะนำเพราะจะมีไข้สูง โดยอาจจะฉีดทุกอาทิตย์ หรือ 3-4 วันต่อเข็มก็ได้ และไม่แนะนำให้ฉีดตอนที่มีไข้ เพราะวัคซีนบางตัวอาจไปกดภูมิทำให้ไข้สูงขึ้น”
 
ทั้งนี้ ผู้สนใจจะรับการฉีดวัคซีนทั้ง 5 ชนิด สามารถติดต่อรับบริการการฉีดวัคซีนได้ในราคาพิเศษ อาทิ วัคซีนไข้เลือดออกลดเหลือเข็มละ 2,800 บาท จากราคาปกติประมาณ 3,000 บาท โดยต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม เว้นระยะ 6 เดือน วัคซีนป้องกันเอชพีวี ลดเหลือเข็มละ 1,000 บาท จากราคาปกติ 1,500-1,700 บาท โดยคนปกติต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม คือเข็มที่ 2 ฉีด 1-2 เดือนหลังจากเข็มแรก และเข็มสุดท้าย 6 เดือนจากเข็มแรก แต่ในช่วงอายุที่แนะนำนั้นฉีดเพียง 3 เข็ม คือเว้นระยะ 6 เดือนจากเข็มแรก และวัคซีนโรคไอกรนเข็มละ 900 บาท จากราคาปกติ 1,200-1,500 บาท และสำหรับวัคซีนอื่นสามารถสอบถามได้ที่อีเมล queenssaovabha@hotmail.com หรือ โทร.0-2252-0161-4 ต่อ 125, 132 ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 ธ.ค.2560
 
นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวภายหลังเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การให้บริการวัคซีนเอชพีวีในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เขตกรุงเทพมหานคร” ว่าพบโรคมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงไทยเป็นอันดับ 2 โดยแต่ละปีจะพบผู้ป่วยรายใหม่ประมาณ 6,000 ราย และเสียชีวิตประมาณ 3,000 ราย ซึ่งโรคดังกล่าวมีค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง การป้องกันโดยการฉีดวัคซีนตั้งแต่แรกเริ่มจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยช่วงที่วัคซีนจะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันโรคมะเร็งชนิดดังกล่าว คือการฉีดให้เด็กหญิงในช่วงอายุ 10-12 ปี เพราะการป้องกันควรเริ่มก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ขณะนี้ได้บรรจุวัคซีนเอชพีวีลงในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เพื่อฉีดให้กับนักเรียนหญิงชั้น ป.5 ทั่วประเทศประมาณ 4 แสนคน
 
นพ.เจษฎากล่าวว่า สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค  สำนักอนามัย กทม. และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขตที่ 13 กทม. จะจัดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้าไปฉีดวัคซีนดังกล่าวในนักเรียนหญิงชั้น ป.5 ในโรงเรียนแต่ละแห่งประมาณ 33,962 คน จากโรงเรียนทุกสังกัดในพื้นที่ กทม. ทั้ง กทม. กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โรงเรียนเอกชนและนานาชาติ รวม 875 แห่ง โดยต้องฉีดจำนวน 2 เข็ม เข็มที่ 1 จะเริ่มวันที่ 1 ส.ค.นี้ ส่วนการรับวัคซีนเข็มที่ 2 จะต้องทิ้งช่วงห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 เดือน คือประมาณ ม.ค.2561 แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะเริ่มจากโรงเรียนใดเป็นแห่งแรก ทั้งนี้จะดำเนินการในเขต กทม.ไปพร้อมกับทุกจังหวัดทั่วประเทศ
 
"ขณะนี้ได้จัดซื้อวัคซีนเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะฉีดต้น ส.ค.นี้ โดยตกอยู่ที่เข็มละประมาณ 200 กว่าบาท ถูกกว่าราคาที่ยังไม่ได้ต่อรองหลายเท่าตัว โดยผ่านการศึกษาแล้วว่ามีความปลอดภัย คุ้มค่า คุ้มทุน ทั้งนี้ขอเชิญชวนครูและผู้ปกครองทำความเข้าใจกับข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจอนุญาตให้บุตรหลานชั้น ป.5 เข้ารับบริการวัคซีนเอชพีวี ซึ่งจะเป็นการลดผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่และโรคนี้หมดไปจากประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ข้อห้ามในการฉีดวัคซีนคือ กลุ่มที่เคยมีประวัติการแพ้วัคซีน ส่วนผลข้างเคียงถือว่ามีน้อย บางรายจะมีอาการบวมแดงบริเวณจุดที่ฉีด หรือมีอาการเป็นไข้ ตัวร้อน" อธิบดี คร.กล่าว
 
นพ.วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ รอง ผอ.สำนักอนามัย กทม. กล่าวว่า กทม.ให้ความสำคัญเรื่องการให้บริการฉีดวัคซีนเอชพีวี ซึ่งที่ผ่านมานักเรียนในโรงเรียนสังกัด กทม.ได้รับวัคซีนมาแล้ว 2 ปี ยืนยันว่าวัคซีนมีความปลอดภัยสูง คาดว่าเด็กนักเรียนหญิงชั้น ป.5 จำนวน 4 แสนคน จะได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง.
 
..................
 
ที่มาข่าว : http://www.thaihealth.or.th/Content/37800-1/10

Winter image created by Creativeart - Freepik.com
 

............................................

ที่มา:
16 กันยายน 2560